
เสถียร โพธินันทะ ได้เขียนหนังสือเรื่อง “ ภูมิประวัติพระพุทธเจ้า ” สรุปความเรื่องการเข้ามาของพระพุทธศาสนาได้ว่า พระพุทธศาสนาได้แพร่หลายเข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๓ เป็นต้นมา ในระยะแรกเป็นพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ได้เจริญรุ่งเรืองอยู่หลายศตวรรษและแพร่หลายครอบคลุมไปทั่วในแถบแหลมอินโดจีน ต่อมาพุทธศตวรรษที่ ๖ พระพุทธศาสนานิกายมหายาน ก็ได้เข้าสู่ประเทศไทยสมัยก่อนโดยมาทางบกเข้ามาทางแคว้น เบงกอล ทางพม่าเหนือ และทางทะเลซึ่งมาขึ้นที่แหลมมลายู สุมาตราและอ้อมอ่าวเข้ามาทางประเทศกัมพูชาก็มี เหตุการณ์ต่าง ๆ นี้อยู่ในสมัยอาณาจักรฟูนัน ปรากฏว่าช่วงเวลาดังกล่าวชาวฟูนันนับถือพระพุทธศาสนาทั้งแบบเถรวาทและมหายาน ซึ่งเจริญรุ่งเรืองอย่างมากจนถึงกับมีสมณทูตชาวฟูนันเดินทางไปแปลพระคัมภีร์ถึงประเทศจีน ในพุทธศตวรรษที่ ๑๐ คือท่านพระสังฆปาละและพระมันทรเสน๒๐
๑.๔.๑๐ ศรีศักร วัลลิโภดม ได้เขียนหนังสือเรื่อง “ ความหมายพระบรมธาตุในอารยธรรมสยามประเทศ” สรุปความได้ว่า อิทธิพลของพระพุทธศาสนาในเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อแสดงออกถึงความเคารพ เลื่อมใส ในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในสมัยทวารวดี พระพุทธศาสนาที่ราษฎรนับถือกันนั้น มีลักษณะเป็นนิกาย
Read more »
Posted: July 11th, 2011 under Uncategorized.
Comments: none
ตะและหลังคุปตะ ได้แก่ ศิลปะทวาราวดี พระพุทธรูปครองจีวรเรียบ มีทั้งครองจีวรห่มคลุมและห่มเฉียง แต่บัดนี้ ได้ค้นพบพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งซึ่งอยู่ในระหว่างแบบที่ ๑ และแบบที่ ๒ เป็นพระพุทธรูปศิลาครึ่งองค์ สูง ๕๙.๓ เซนติเมตร มีขมวดพระเกศาแบบเรียบติดกับพระเศียร พระเกตุมาลาแบนมากด้านหลังพระเศียรมีประภามณฑลเป็นวงกลมครองจีวรห่มเฉียงแบบศิลปะอมราวดีแต่จีวรเรียบ ไม่มีริ้ว อายุราวพุทธศตวรรษที่๑๐-๑๑ เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ๒๒
๑.๔.๑๒ ศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ได้เขียนบทความเรื่องความ ก้าวหน้าในการศึกษาประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์สมัยโบราณ ซึ่งยืนยันถึงเรื่องราวความมีอยู่ของสุวรรณภูมิ(ก่อนสมัยทวารวดี) สรุปความได้ว่า การศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะเอเชียอาคเนย์สมัยโบราณ ๓ เรื่อง คือ ๑) ปัญหาเกี่ยวกับอาณาจักรฟูนันและอาณาจักรเจนละโดยทั่วไปประวัติศาสตร์สมัยโบราณในประเทศกัมพูชาสมัยก่อนสร้างเมืองพระนคร(pre-Angkorean period)และมีอายุก่อน พ.ศ. ๑๓๕๕ นั้น นิยมใช้ชื่อตามที่ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุจีนคือ
Read more »
Posted: July 11th, 2011 under Uncategorized.
Comments: none
ชอง บวสเซอลีเยร์ ว่า ศิลปะแบบทวารวดีได้ขยายตัวออกไป ๓ ทางคือ ทางทิศตะวันออก ทางหนึ่งไปยังอำเภออรัญประเทศ ผ่านทางดงละครและคงศรีมหาโพธิ์ อีกทางหนึ่งไปยังที่ราบสูงโคราช โดยผ่านทางจังหวัดสระบุรีและแยกออกเป็นหลายสายที่แม่น้ำมูล ไปยังจังหวัดมหาสารคาม ทางทิศเหนือไปยังจังหวัดลำพูน (คืออาณาจักรหริภุญชัย) โดยผ่านทางจังหวัดลพบุรี นครสวรรค์ และตาก ทางใต้มีทางลงไปยังแหลมมลายูโดยผ่านทางจังหวัดราชบุรี และเพชรบุรี ทางเหล่านี้มาบรรจบกันแถวบริเวณเมืองอู่ทอง ที่ทราบได้เช่นนี้เพราะอาศัยโบราณวัตถุสถานแบบทวารวดีที่ค้นพบตามสายทางเดินเหล่านั้น ส่วนที่บ้านโคกไม้เดน อำเภอพยุหคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ได้ค้นพบสถาปัตยกรรมแบบแปลกที่ไม่เคยพบมาก่อนในศิลปะ
Read more »
Posted: July 11th, 2011 under Uncategorized.
Comments: none
บทที่ ๒ :
การเข้ามาของพระพุทธศาสนาในสมัยทวารวดี
ผู้วิจัยได้กล่าวว่า “ประเทศไทยได้มีชุมชนอยู่อาศัยและเจริญรุ่งเรืองมาแล้วแต่อดีต” นั้น หมายความว่าดินแดนแห่งนี้มีประชาชนอยู่อาศัยและมีวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองมาแล้ว ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
ในบทนี้จะกล่าวถึงสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทวารวดีและสมัยปัจจุบันโดยสังเขป รายละเอียดเกี่ยวกับชุมชนและแคว้นดั้งเดิม กำเนิดและการเข้ามาของพระพุทธศาสนา ความสัมพันธ์ของทวารวดีกับแคว้นต่าง ๆ เชื้อชาติของกลุ่มชนในสมัยทวารวดี อิทธิพล และบทบาทของอารยธรรมอินเดียที่มีต่อภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ในสมัย ทวารวดี ตลอดจนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ทวารวดี เป็นลำดับไป
Read more »
Posted: July 11th, 2011 under Uncategorized.
Comments: none
คาบสมุทรมลายูมีความยาวที่สุด มีทางผ่าน ๒ แห่ง คือช่องแคบมะละกาและช่องแคบซุนดา และแหลมมลายูเป็นชุมทางแยกใช้เป็นจุดนัดพบของพวกพ่อค้าตะวันออกกับตะวันตก
๓.ดินแดนที่เป็นเกาะ(Islands) เป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในทะเลหรืออยู่ในมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก
ประเทศไทยอยู่กึ่งกลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia) หรือกลางแหลมสุวรรณภูมิ ๒ แบ่งกว้าง ๆ ได้ ๒ ส่วน ๓ คือ ผืนแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะ มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เกื้อกูลให้เกิดผลดี ทำให้ได้รับประโยชน์จากลมมรสุมทะเลอย่างน้อย ๒ ด้าน ๔ คือ
(๑) ด้านการกสิกรรม และ(๒) ด้านการค้าด้วยเรือทางทะเล
ทำให้บริเวณประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทาง ของเส้นทางคมนาคมค้าขายทางทะเลมาแต่โบราณ เป็นตัวเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนค้าขายระหว่างโลกตะวันออกกับตะวันตก
ประเทศไทยมีแม่น้ำสำคัญขนาบ ๒ ข้าง ๕ คือ แม่น้ำโขงอยู่ทางตะวันออกและแม่น้ำสาละวินอยู่ทางตะวันตก เป็นแหล่งรวมทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่ตั้งหลักแหล่งของผู้คนหลายชาติพันธุ์ตั้งแต่สมัยโบราณ ๓,๐๐๐ ปีแล้ว
ประมาณ ๒,๐๐๐ ปีต่อมา พบว่าอ่าวไทยลึกขึ้นไปถึงปากน้ำโพ เมืองร้างอำเภออู่ทองกับเมืองละโว้ เป็นเมืองท่าสำคัญริมอ่าวตะวันตกตะวันออก ยึดกุมเส้นทางคมนาคมทางน้ำ ที่จะขึ้นไป
Read more »
Posted: July 11th, 2011 under Uncategorized.
Comments: none
สภาพทั่วไป
บริเวณพื้นที่ภาคกลางส่วนใหญ่เป็นที่ราบดินตะกอนที่แม่น้ำพัดพามาทับถม แบ่งตามลักษณะโครงสร้างเป็น ๔ เขต ๗
๑. เขตภาคกลางตอนบน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำและที่ราบลูกฟูก ที่มีแม่น้ำสายสำคัญคือ แม่น้ำปิง วัง ยมและแม่น้ำน่าน ทางตะวันออกมีทิวเขาเพชรบูรณ์และที่ราบแคบ ๆ มีแม่น้ำป่าสักไหลผ่านไปลงอ่าวไทยได้
๒.เขตที่ราบภาคกลางตอนล่าง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเดินของน้ำก็เกิดสาขาแม่น้ำแยกกระจายออกไปก่อนที่จะไหลลงสู่อ่าวไทย สายสำคัญที่สุดก็คือแม่น้ำเจ้าพระยา เริ่มต้นที่ปากน้ำโพ ที่แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านมาสบกันแล้วไหลไปลงอ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ
๓. พื้นที่ทางตะวันตกของประเทศไทย มีเทือกเขาสำคัญ ๒ ทิว คือ(๑)เทือกเขาถนนธงชัยในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดตาก เป็นแหล่งกำเนิดของลำน้ำ ๓ สาย คือ แม่น้ำเมย แม่น้ำสะแกกรังและแม่น้ำแควใหญ่ (๒)เทือกเขาตะนาวศรีในเขตจังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรีลงไปถึงคาบสมุทรภาคใต้
๔.บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวไทย ประกอบด้วยพื้นที่แคบ ๆ ของ ๔ จังหวัดคือชลบุรี ระยอง จันทบุรีและตราด พื้นที่บริเวณนี้อยู่ตอนใต้ของลุ่มแม่น้ำบางประกงด้านตะวันตกและใต้จดลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทย
Read more »
Posted: July 11th, 2011 under Uncategorized.
Comments: none
สาเหตุ ๑๐ คือการโยกย้ายถิ่นฐานของกลุ่มชนภายในเอง และการอพยพเคลื่อนย้ายของกลุ่มชนจากภายนอกเข้ามาตั้งถิ่นฐานเกิดเป็นบ้านเมืองขึ้น โดยเฉพาะบริเวณภาคกลาง ๓ บริเวณ ๑๑ ที่มีแม่น้ำสายสำคัญ คือ
๑. บริเวณภาคกลางด้านตะวันตกมีแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำเพชรบุรีและอื่น ๆ หล่อเลี้ยง
๒. ภาคกลางตอนกลาง มีแม่น้ำท่าจีน เจ้าพระยา ลพบุรี ป่าสัก เป็นลำน้ำสำคัญ
๓. บริเวณภาคกลางด้านตะวันออก มีลำน้ำบางปะกง ลำน้ำพานทอง ลำน้ำประแสร์ ลำน้ำจันทบุรี และอื่น ๆ ไหลผ่านไปออกทะเล
จึงพบว่า บริเวณลุ่มแม่น้ำภาคกลาง มีร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัย ก่อนประวัติศาสตร์แล้ว มีความเจริญถึงขั้นถลุงและหล่อโลหะได้ และเป็นสังคมเกษตรกรรม “โดยเฉพาะร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของชุมชนในบริเวณลุ่มแม่น้ำแม่กลอง-ท่าจีน” ๑๒
จากการที่คนมีการติดต่อกันมากขึ้น ก็เกิดมีพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมตามมาโดยเฉพาะการติดต่อค้าขายระหว่างชาวอินเดียและกลุ่มชนเหล่านี้ กลายเป็นสื่อสำคัญที่ก่อให้เกิดการเผยแพร่วัฒนธรรมอินเดียมายังดินแดนแถบนี้ ๑๓
ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางของไทยเดิมเมืองอู่ทองตั้งอยู่บนแนวชายฝั่งทะเลและแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทยอยู่สูงกว่าปัจจุบันประมาณ ๓.๕–๔ เมตร ลักษณะเป็นอ่าวลึกเว้าเข้าไป ห่างจากชายฝั่งทะเลปัจจุบันไปทางทิศเหนือประมาณ ๑๔๐ กิโลเมตร เริ่มจากเพชรบุรี ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี ผ่านนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรีช่วงนั้นมีเมืองโบราณหลายเมืองตั้งอยู่บริเวณที่เป็นอ่าวเว้าเข้าไป เช่นเมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี เมืองนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นต้น ๑๔
Read more »
Posted: July 11th, 2011 under Uncategorized.
Comments: none
สรุปได้ว่า ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๖-๙ บริเวณภาคกลางของไทยมีความเจริญด้านการค้าโดยเฉพาะการค้าทางเรือก่อให้เกิดความเจริญอย่างมากและมีประชากรหนาแน่น ต่อมาพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ พบว่าทวารวดีได้มีขอบเขตและวัฒนธรรมกระจายออกไปในหลายพื้นที่ทั้งทางตะวันออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เช่นกัน มีแหล่งอารยธรรมโบราณและมีการตั้งถิ่นฐานชุมชนตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๓-๙ มาแล้ว หลายแห่งมีการตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องมายาวนานจนถึงสมัยประวัติศาสตร์โดยตั้งถิ่นฐานใกล้กับลำน้ำสำคัญเป็นหลักได้แก่ บริเวณลำน้ำมูล ลำน้ำชี ลำน้ำพอง ลำน้ำปาว และลำน้ำสงคราม เป็นต้น
โดยเฉพาะบริเวณลุ่มแม่น้ำชี ชุมชนมีพัฒนาการต่อเนื่องมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ ได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมทวารวดี (พุทธศตวรรษที่๑๒-๑๖) จากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แก่เมือง ฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ เมืองนาดูน เมืองกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม และเมืองไพร จังหวัดร้อยเอ็ด๑๖ เป็นต้น เมืองดังกล่าวได้ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชีตอนกลาง เป็นทำเลที่เหมาะสมในการตั้งถิ่นฐานการทำกินของกลุ่มชนโบราณ โดยมีแม่น้ำชีและแม่น้ำสาขาไหลผ่านพื้นที่จังหวัด ต่าง ๆ คือ
Read more »
Posted: July 11th, 2011 under Uncategorized.
Comments: none